สารบัญ
ในระบบรายงานข้อมูลรายประเทศ (CbCR) ของไทย การแจ้ง Notification กับการยื่นรายงานเป็นคนละขั้นตอน Notification คือการแจ้งข้อมูลกลุ่มและผู้รายงานให้กรมสรรพากรทราบ การแจ้ง Notification เพียงอย่างเดียวยังไม่ถือว่ายื่นรายงาน CbCR เสร็จ [1]
CbCR คืออะไร?
CbCR ย่อมาจาก Country-by-Country Reporting หรือรายงานข้อมูลรายประเทศ เป็นข้อมูลรายได้ กำไร ภาษี และกิจกรรมของกลุ่มบริษัทข้ามชาติ แยกตามประเทศ หน่วยงานภาษีใช้ประเมินความเสี่ยงด้านราคาโอนและการโยกย้ายกำไร [2]
เกณฑ์รายได้ 28,000 ล้านบาท ดูจากยอดไหน?
เกณฑ์ของไทยดู รายได้รวมตามงบการเงินรวมของกลุ่มในรอบบัญชีก่อนหน้า ตั้งแต่ 28,000 ล้านบาทขึ้นไป [3][4]
รายได้ของบริษัทไทยเองไม่ใช่ตัวตัดสิน ตัวอย่างเช่น รายงานรอบปีปฏิทิน 2568 ให้ดูรายได้รวมของกลุ่มในปี 2567 บริษัทลูกในไทยจึงควรขอตัวเลขนี้จากบริษัทแม่ แม้รายได้ของบริษัทไทยจะต่ำกว่าเกณฑ์มาก [5]
หากกลุ่มทำงบเป็นเงินตราต่างประเทศ ให้แปลงเป็นเงินบาทด้วยอัตราซื้อเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์สำหรับการโอนเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ ณ วันสิ้นรอบบัญชีก่อนหน้า หากไม่มีอัตรานี้ ประกาศฉบับที่ 408 กำหนดอัตราสำรองไว้ ถ้ารอบบัญชีก่อนหน้าสั้นกว่า 12 เดือน เกณฑ์จะลดลงตามสัดส่วนจำนวนวัน [3][5]
หากบริษัทแม่ลำดับสูงสุด (UPE) เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีนอกประเทศไทย ประเทศนั้นกำหนดเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกับ 750 ล้านยูโร ณ เดือนมกราคม 2558 และกลุ่มไม่ถึงเกณฑ์นั้น อัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้กลุ่มต้องรายงาน CbCR ในไทย การคุ้มครองนี้ขึ้นกับเงื่อนไขดังกล่าว ไม่ใช่การยกเว้นให้ทุกกลุ่มที่มีบริษัทแม่ต่างประเทศ [5]
ใครต้องยื่นรายงานในไทย?
ผู้รายงานหลักในไทย ได้แก่:
- Ultimate Parent Entity (UPE) คือบริษัทแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่ม หากตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
- Surrogate Parent Entity (SPE) คือบริษัทในกลุ่มที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และ UPE แต่งตั้งให้รายงานแทน โดยเข้าเงื่อนไขตามข้อ 4 ของประกาศฉบับที่ 408 [2][3]
บริษัทลูกในไทยของกลุ่มที่มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศอยู่ในสถานะที่ต่างออกไป รายงานของ OECD เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 บันทึกว่าไทยระงับข้อกำหนดให้ยื่นรายงานโดยบริษัทในประเทศ (local filing) และอนุญาตให้ยื่นผ่านบริษัทที่ได้รับแต่งตั้ง (SPE) [4] นี่คือสถานะของกฎตามที่ OECD ตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปสำหรับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
ฝ่ายบัญชีไทยควรถามทีมภาษีของกลุ่มว่าใครเป็นผู้ยื่น ยื่นที่ประเทศใด และแจ้ง Notification ในไทยแล้วหรือยัง หากกรมสรรพากรมีหนังสือแจ้งให้ยื่นรายงานตามข้อ 2(2) ให้ตรวจข้อกำหนดและกำหนดเวลา 60 วันทันที
รายงานปี 2568 ต้องยื่นเมื่อไร?
UPE และ SPE ในไทยที่มีหน้าที่ยื่น ต้องยื่นโดยทั่วไป ภายใน 12 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชีที่รายงาน [1][6] ตัวอย่างการคำนวณ: รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 บวก 12 เดือนเป็น 31 ธันวาคม 2569 หากกลุ่มมีวันสิ้นรอบบัญชีต่างจากนี้ ให้คำนวณกำหนดยื่นตามรอบของกลุ่ม
แยกต่างหากจากนี้ ตามข้อ 2(2) ของประกาศฉบับที่ 408 บริษัทที่ประกอบธุรกิจในไทยและได้รับหนังสือแจ้งให้ยื่นรายงานจากกรมสรรพากร ต้องยื่นภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนั้น ซึ่งไม่ใช่กำหนด 12 เดือนข้างต้น และไม่เปลี่ยนสถานะการระงับ local filing ที่ OECD บันทึกไว้ [5][6]
Notification กับการยื่นรายงาน ต่างกันอย่างไร?
Notification คือการแจ้งข้อมูลกลุ่มและผู้รายงานให้กรมสรรพากรทราบ บริษัทตัวแทนของกลุ่มระบุประเทศและประเภทของผู้รายงาน และอัปโหลดรายชื่อบริษัทในกลุ่มที่ประกอบธุรกิจในไทย ส่วน การยื่นรายงาน (submission) คือการส่งตัวรายงาน CbCR ที่จัดทำเป็นภาษาอังกฤษในรูปแบบ XML ตามมาตรฐาน OECD [1]
Notification มีกำหนดเวลาของตัวเอง ซึ่งอยู่ก่อนกำหนดยื่นรายงาน ให้ดูกำหนดที่ใช้กับกลุ่มของคุณจากคู่มือของกรมสรรพากร [5]
ขั้นตอนหลักมีดังนี้:
- เตรียมสิทธิเข้าใช้ระบบ CbCR ของกรมสรรพากร
- แจ้ง Notification และตรวจสอบข้อมูล
- ส่งรายงานภาษาอังกฤษในรูปแบบ CbCR XML ตามมาตรฐาน OECD
- ตรวจสอบว่าการยื่นสำเร็จ และเก็บใบรับรายงานข้อมูลรายประเทศ (filing receipt) ไว้ [5]
แจ้ง Notification เสร็จแล้ว ไม่ได้แปลว่ายื่นรายงานแล้ว ให้ตรวจว่าผู้รายงานส่งรายงานเรียบร้อย
บริษัทลูกควรขอข้อมูลอะไรจากสำนักงานใหญ่?
เริ่มจากสี่รายการนี้:
- ชื่อบริษัทแม่ลำดับสูงสุด (UPE) และประเทศที่เป็นถิ่นที่อยู่ทางภาษี
- รอบบัญชีที่รายงาน และรายได้รวมของกลุ่มในรอบก่อนหน้า
- ผู้ยื่นรายงาน ประเทศที่ยื่น และผู้ประสานงาน
- สถานะ Notification รายชื่อบริษัทไทยที่ครอบคลุม และหลักฐานการยื่น
ตกลงให้ชัดว่าใครรับผิดชอบแต่ละขั้นตอน และเอกสารใดยังขาด

